[มือใหม่] ขายของ Shopee เสียค่าอะไรบ้าง 2021

เริ่มต้นขายของใน Shopee ขายของ Shopee เสียค่าอะไรบ้าง

ถ้าคุณกำลังค้นหาคำว่า “ขายของ shopee เสียค่าอะไรบ้าง” ผมขอเดาว่าคุณเองคงเป็นผู้ที่อยากหารายได้เสริมหรือบางครั้งอาจเป็นรายได้หลักในช่องทางใหม่ในช่วงที่โรคระบาดโควิด-19 กำลังถาโถมเข้าใส่ทุกคนอย่างไม่เลือกหน้า ส่งผลให้ธุรกิจในหลายแวดวงต้องหยุดชะงัก และคุณเองอาจเป็นหนึ่งในนั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ถ้าไม่ใช่หรือผมเดาผิด ขอแสดงความยินดีด้วยนี่คือความโชคดีของคุณจริงๆ

ถ้าคุณอยากเริ่มต้นขายของออนไลน์บนแพลตฟอร์มซักที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Shopee หรือ Lazada หากคุณเป็นมือใหม่ ความคิดเห็นส่วนตัวของผม มองว่าฝั่ง Shopee นั้นใช้งานได้ง่ายกว่ามาก ๆ ทั้งแอพของผู้ขายและระบบจัดการหลังบ้าน ดังนั้นบทความนี้ผมจะมาไกด์ไลน์ให้คุณคร่าว ๆ ถ้าคุณอยากขายของใน Shopee คุณจะเสียค่าอะไรบ้างเผื่อคุณจะได้เอาแนวทางนี้ไปตัดสินใจเริ่มต้นในสิ่งที่คุณกำลังกังวลอยู่

ผมจะแบ่งประเด็นต่าง ๆ ออกเป็นหัวข้อ คุณไม่จำเป็นต้องอ่านหมดก็ได้ ถ้าคุณมีคำตอบสำหรับคำถามของคุณเรียบร้อยแล้ว

ภาพรวมกว้าง ๆ ของการขายของบนช้อปปี้

เอาล่ะมาเริ่มกัน ขายของในช้อปปี้นั้นคอนเซ็ปต์ของมันง่ายมาก ๆ ดูแล้วคิดภาพตามนะครับ

  1.  คุณเปิดร้านบนช้อปปี้ แล้วทำการลงข้อมูลสินค้าที่คุณต้องการจะขาย >> มีชื่อสินค้า >> มีรายละเอียดสรรพคุณ คุณสมบัติของสินค้า >> มีรูปสวย ๆ ซัก 1-3 รูป (ถ่ายไม่สวย ถ่ายไม่เป็น ต้องลองก่อน อย่าพึ่งท้อตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มครับ) >> ใส่ราคาที่ไม่ขาดทุน (หาดูบทความการตั้งราคาได้ในเว็บของเรานะครับ) >> มีข้อมูลน้ำหนักสินค้าชิ้นนี้ที่จะขาย (เอาไว้กรอกในข้อมูลสินค้า เพื่อระบบจะได้เอาน้ำหนักตรงนี้ไปคิดเป็นราคาค่าส่งให้กับลูกค้าโดยอัตโนมัติ) แค่นี้ครับ
  2. โอเค คุณลงสินค้าแล้ว เมื่อมีลูกค้าสนใจสินค้าของคุณ เขาอาจจะกดสั่งซื้อเข้ามาเลย (ให้คุณจำความรู้สึกดีใจกับออเดอร์แรกของคุณให้ดี) หรือไม่ เขาอาจจะมีทักเข้ามาสอบถามรายละเอียดสินค้าบ้าง ขอให้คุณใจเย็นในการตอบแชทให้ข้อมูล การที่ลูกค้าถามคือฟีดแบคอย่างดีที่จะบอกว่า คุณลืมใส่ข้อมูลอะไรในสินค้าของคุณไป (จะได้กลับไปแก้ซะ)
  3. เมื่อลูกค้าสั่งซื้อเข้ามาแล้ว คุณมีเวลาเตรียมสินค้าเพื่อจัดส่งออกภายใน 2 วัน (ช้ากว่านี้ร้านโดนคะแนนการจัดส่งล่าช้า) คุณก็จัดแจงแพ็คสินค้าให้เสร็จสิ้นและเอาสินค้าไปส่งที่บริษัทขนส่งที่ระบบแจ้งไว้ในรายละเอียดคำสั่งซื้อ แค่นี้คือเสร็จหน้าที่ของคุณแล้ว (แต่ถ้าส่งสินค้าออกไปแล้ว มีลูกค้าตามของมา คุณก็ต้องช่วยเช็คกับบริษัทขนส่งให้เขานิดหน่อย แค่นั้นเอง)
  4. เมื่อลูกค้ารับของแล้ว ระบบจะให้คุณรอ >> รอให้ลูกค้ากดยืนยันการรับสินค้าน่ะสิ แล้วเงินสำหรับคำสั่งซื้อดังกล่าวของคุณจะถูกโอนเข้ามายังบัญชีพักเงินของช้อปปี้ของคุณ เราเรียกมันว่า Wallet คือ บัญชีกระเป๋าเงินออนไลน์ นั่นแหละ และคุณก็ขายและลงสินค้าไปเรื่อย ๆ แบบนี้
  5.  เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ช้อปปี้จะโอนเงินจากบัญชีพักเงินของช้อปปี้ หรือ Wallet หรือบัญชีกระเป๋าเงินออนไลน์ นั่นแหละ มายังบัญชีธนาคารรับเงินจริงของคุณ คุณก็ถอนออกมาใช้จ่ายหรือหมุนเวียนธุรกิจของคุณต่อไป
มันก็เป็นแบบนี้แหละครับ และสำหรับรายละเอียดของแต่ละข้อ ตั้งแต่ข้อ 1-5 ถ้าคุณตัดสินใจแล้วที่จะลงมือทำจริง ๆ ช้อปปี้มีศูนย์การเรียนรู้สำหรับผู้ขายใหม่ ให้คุณได้ค้นหาสิ่งที่คุณสงสัย ได้ที่นี่ https://seller.shopee.co.th/edu/home คุณสามารถค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดสั้น ๆ ที่ช่องค้นหามุมขวาบน แต่ถ้ายังไม่เจออีกโทรหาคอลเซ็นเตอร์ได้เลยที่ 020178399 วันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง

ขายของ shopee เสียค่าอะไรบ้าง

ไม่แปลกที่คุณจะสงสัยข้อนี้และไม่ใช่คุณคนเดียวที่สงสัย ถ้าคุณอยากเริ่มต้นขายของในช้อปปี้แล้วล่ะก็ ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนหรือรายปีเลยสำหรับค่าเช่าพื้นที่ขาย แต่ช้อปปี้จะคิดค่าธรรมเนียมการขายจากคุณซึ่งหักเป็นเปอร์เซ็นต์ออกจากแต่ละออเดอร์ที่คุณขายได้ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ คุณเปิดร้านขายของในช้อปปี้ ช้อปปี้ไม่คิดค่าลงขายสินค้ารายปีจากคุณ แต่ช้อปปี้บอกว่า เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อสินค้าของคุณ 1 ออเดอร์ (จะกี่ชิ้น กี่รายการสินค้าก็แล้วแต่ในออเดอร์นั้น ๆ ช้อปปี้ไม่สนใจ) ช้อปปี้ขอหักไว้ xx เปอร์เซ็นต์ (xx แทนอัตราเปอร์เซ็นที่ช้อปปี้จะหักจากคุณ) เป็นค่าธรรมเนียมการขายหรือค่าธรรมเนียมการดำเนินการนะ แบบนี้เป็นต้น แต่คุณอย่าพึ่งกังวลไปถ้าช้อปปี้จะคิดเปอร์เซ็นต์ค่าธรรมเนียมจากคุณเป็นรายออเดอร์ คุณก็แค่วางแผนการตั้งราคาสินค้าให้กำไรบวกเพิ่มค่าธรรมเนียมเข้าไปสิ แบบนี้คุณก็ไม่เจ็บตัวแล้ว

อัตราค่าธรรมเนียมที่ช้อปปี้จะคิดจากคุณ

จากหัวข้อที่แล้วคุณคงยังไม่เห็นภาพเกี่ยวกับเปอร์เซ็นต์ค่าธรรมเนียมการขายหรือค่าธรรมการเนียมดำเนินการที่ช้อปปี้จะหักจากคุณ ผมจะขอยกตัวอย่างรายการค่าธรรมเนียมพื้นฐานที่ช้อปปี้จะหักจากคุณให้เห็นคร่าว ๆ

  • ค่าธรรมเนียมการขาย ความหมายตรงตัวเลย ค่าธรรมเนียมที่คุณมาขายบนแพลตฟอร์มช้อปปี้นั่นแหละ โดยช้อปปี้จะคิดที่ 3-5% (3% สำหรับสินค้าหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ และ 5% สำหรับสินค้าที่ไม่ใช่หมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ (ก็คือหมวดหมู่อื่น ๆ ทั้งหมด) เช่น อาหาร แฟชั่น ฯลฯ) สำหรับค่าธรรมเนียมรายการนี้หากคุณเป็นร้านค้าทั่วไปที่ไม่ใช่ร้านค้า Shopee Mall (ร้านค้าของแบรนด์ทางการ) คุณจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายการนี้เลย

  • ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน อันนี้หมายถึง ค่าธรรมเนียมที่เมื่อลูกค้าของคุณชำระเงินค่าสินค้า เงินดังกล่าวจะต้องมีการจัดการโดยช้อปปี้ ก่อนที่จะโอนให้กับคุณเป็นทอด ๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วเงินดังกล่าว จะโอนไปอยู่ที่บัญชีธนาคารของคุณเป็นรายได้ของคุณในที่สุด ตรงนี้แหละช้อปปี้จะมีการคิดค่าธรรมเนียมไว้ จะอยู่ที่ 2-5%

ค่าธรรมเนียมที่ผมยกตัวอย่างหักเป็นรายออเดอร์ และคุณอาจสงสัยว่าค่าธรรมเนียมมีแค่นี้เองเหรอ? >> จริง ๆ มีเยอะกว่านี้ครับ แต่ช้อปปี้จะคิดคุณก็ต่อเมื่อคุณไปเข้าร่วมแคมเปญการตลาดของช้อปปี้ เช่น คุณไปเข้าร่วมแคมเปญนึง ช้อปปี้ก็จะให้สิทธิประโยชน์กับร้านค้าของคุณมา แต่มีข้อแม้ว่า ตลอดอายุเวลาที่คุณเข้าร่วมแคมเปญนี้ ถ้ามีคำสั่งซื้อเข้ามา ช้อปปี้ขอชาร์จค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอีก xx เปอร์เซ็นต์นะ (xx แทนอัตราเปอร์เซ็นที่ช้อปปี้จะหักจากคุณหากคุณเข้าร่วมแคมเปญนี้) แลกกับที่คุณได้สิทธิประโยชน์จากแคมเปญที่คุณเข้าร่วมไป แบบนี้เป็นต้น อันนี้ไม่ต้องกังวลครับ ถ้าคุณไม่เข้าร่วมคุณก็ไม่เสียเพิ่ม

*สำหรับรายละเอียดค่าธรรมเนียมแบบเต็มสามารถดูได้ที่ https://shopee.co.th/docs/6759

แล้วมีสิ่งใดต้องกังวลบ้าง? หากคุณอยากจะเริ่มต้น

การเริ่มต้นทำบางสิ่งบางอย่าง ย่อมมีข้อกังวลไม่มากก็น้อยอยู่แล้ว แต่ขอให้คุณเชื่อมั่นว่าคุณจะทำได้และวางแผนดี ๆ แต่ก็ไม่ต้องให้ละเอียดจนคุณไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย ไม่นานความพยายามของคุณจะเห็นผล มี 4-5 ข้อในการที่ผมจะแนะนำคุณเบื้องต้น หากคุณต้องการเริ่มต้นขายสินค้าบนช้อปปี้

  1. ภาพสินค้าให้ถ่ายเอง อย่าไปคัดลอกร้านอื่นมา เดี๋ยวจะโดนฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์จะน่วมเอา ถ่ายเองดีที่สุดครับ หรือถ้าคุณไปรับสินค้าจากผู้ผลิตหรือใคร ๆ มาขายต่อ ถามเขาว่ามีภาพสินค้าให้ไหม ถ้ามีขอนำไปใช้ขายได้ไหม ส่วนมากจะได้ครับ ให้เอาภาพนั้นมาใช้ (แอพแต่งรูปขายสินค้ามีเยอะแยะ ลองไปหารีวิวในยูทูปและโหลดมาลองดูนะครับ)

  2. การตั้งราคาขาย ผมจะแนะนำให้คุณตั้งราคาขายให้มีกำไรที่ 40% ขึ้นไป เผื่อในอนาคตคุณจะต้องเสียภาษีให้กรมสรรพากร กำไรที่คุณตั้งไว้นี้ จะทำให้คุณไม่เจ็บตัวมากนักจากการเสียภาษี (บทความการตั้งราคาขายคลิกที่นี่)

  3. ถ้าคุณจะแหกกฎคำแนะนำในข้อ 2 คุณทำได้ถ้าคุณพึ่งเริ่มต้น เพื่อปั้นร้านของคุณให้มีคนติดตามและมีรีวิวเริ่มต้นในตอนแรก แต่มันก็ไม่ยั่งยืนเสมอไป หากคุณสงสัยว่าทำไมลองไปค้นหาคำว่า “ขายดีจนเจ๊ง” ดูสิ

  4. อย่าไว้ใจบริษัทขนส่ง อย่าคิดว่าบริษัทขนส่งจะดูแลเทคแคร์สินค้าของคุณดี ส่งของทุกครั้งควรมีการป้องกันด้วยกันกระแทกหรือวิธีการที่คุณคิดว่าสินค้าของคุณจะถึงลูกค้าของคุณโดยปลอดภัย

  5. ลูกค้าที่ดีมีอยู่มากมาย ลูกค้าที่แย่ก็มีปะปนอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ดังนั้นหากคุณพึ่งเริ่มต้นขายคุณอาจยังไม่ค่อยเจอเคสลูกค้าวีน เหวี่ยง หรือสรรหาสรรพวิธีการในการที่จะได้สินค้าของคุณไปฟรี ๆ โดยที่ไม่ต้องชำระเงิน เช่น แกล้งทำให้สินค้าเสียหายและขอคืนเงินโดยที่ไม่คืนสินค้าเป็นต้น (คุณเคยเจอไหม ขายซื้อยืดลูกค้าซื้อไปแล้วแกล้งเอามีดมาเจาะให้เป็นรูบนเสื้อ แล้วบอกว่าสินค้าเสียหาย) ดังนั้นคุณต้องป้องกันตัวเองดี ๆ เช่น ก่อนแพ็คอาจมีการถ่ายภาพสินค้าพร้อมกล่องไว้ซักหน่อย เพื่อเป็นหลักฐานว่าสินค้าเรามีการจัดส่งอย่างสมบูรณ์ถูกต้อง

  6. สินค้าที่คุณจะหามาขาย ถ้ายังหาไม่ได้ ลองมองหาร้านค้า 20 บาทใกล้ตัวคุณ แล้วลองเริ่มต้นจากการซื้อสินค้าเหล่านั้นมาถ่ายรูปและลงขาย ไม่ต้องสต็อกสินค้าเยอะ มีออเดอร์เข้ามาคุณก็แค่ไปซื้อของที่ร้านดังกล่าวและนำมาแพ็คส่ง ผมไม่ได้กำลังแนะนำให้คุณหมดหนทางจนต้องไปหาสินค้าที่ร้าน 20 บาทมาขาย แต่นี่มันจะทำให้คุณได้เริ่มต้นซักที สินค้าอะไรก็ได้ มันจะเป็นกุญแจที่จะทำให้คุณได้ลงมือทำ ได้เรียนรู้ส่วนต่าง ๆ ของระบบช้อปปี้

  7. ใจเย็น หากคุณพึ่งเริ่มต้นขายและเจอเคสต่าง ๆ มากมายเข้ามารุมล้อม มองไปทางไหนก็ทำไม่เป็นไปซะหมด มองไปทางไหนก็ไม่รู้ว่าต้องทำต่ออย่างไร โทรหาคอลเซ็นเตอร์เลย 020178399 วันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตลอด 24 ชั่วโมง และค้นหาไลน์กลุ่มเกี่ยวกับช้อปปี้ในเฟสบุ็คไว้ ในนั้นมีทั้งปัญหาและคำแนะนำดี ๆ ให้คุณได้นำมาปรับใช้ไม่นานคุณก็จะเป็นร้านที่เติบโตขึ้นและสร้างยอดขายให้กับคุณได้ดีทีเดียว

หากคุณมีข้อสงสัย พูดคุยกันได้ในเพจของเรา และหากคุณชื่นชอบบทความนี้โปรดแชร์ต่อ เพื่อแบ่งปันสิ่งดี ๆ สำหรับคนที่ต้องการเริ่มต้นเช่นคุณ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการคุกกี้ได้โดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้คือคุกกี้ที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้เว็บไซต์/แพลตฟอร์มทำงานได้และเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้เราสามารถให้บริการตามที่คุณร้องขอได้ ตัวอย่างเช่น คุกกี้ที่ช่วยให้คุณสามารถเข้าสู่ระบบไปยังเว็บไซต์ที่ปลอดภัยได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เราสามารถจดจำและนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ตลอดจนช่วยให้เราทราบถึงพฤติกรรมในการเยี่ยมชมเว็บไซต์ เพื่อปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ให้มีคุณภาพดีขึ้นและมีความเหมาะสมมากขึ้น อีกทั้งเพื่อรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับวิธีการเข้าและพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์โดยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย และช่วยให้เราเข้าใจถึงความสนใจของผู้ใช้บริการ และวัดความมีประสิทธิผลของโฆษณาของเรา รายการคุกกี้ประกอบไปด้วยคุกกี้ _ga, _gid, __gads, _gat_UA-*,_gat_gtag_UA_*

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาและการตลาด

    คุกกี้ประเภทนี้จะจดจำการตั้งค่าของผู้ใช้บริการในการเข้าใช้งานหน้าเว็บไซต์ และนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์เพื่อนำเสนอโฆษณาที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตัวอย่างเช่น การเลือกแสดงโฆษณาสินค้าที่คุณสนใจ การป้องกันหรือการจำกัดจำนวนครั้งที่ท่านจะเห็นหน้าเว็บไซต์ของโฆษณาซ้ำ ๆ เพื่อช่วยวัดความมีประสิทธิผลของโฆษณา รายการคุกกี้ประกอบไปด้วยคุกกี้ fr, _fbp, _fbc

บันทึก