Shopee Seller Own Fleet คือบริษัทขนส่งอะไร?

Shopee Seller Own Fleet คือบริษัทขนส่งอะไร?

การจัดการคำสั่งซื้อที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ คือหัวใจหลักของการสร้างร้านค้าออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ
ทั้งยังเปิดโอกาสในการสร้างชื่อเสียงที่ดี และเพิ่มยอดขายในระยะยาวอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ Shopee จึงส่งเสริมให้ร้านค้าเลือกใช้ช่องทางการจัดส่งที่สนับสนุนโดย Shopee
เพื่อให้ระบบสามารถอัปเดตสถานะการจัดส่งให้ผู้ซื้อได้โดยอัตโนมัติ
ทั้งนี้ ร้านค้ายังคงสามารถเลือกใช้ช่องทางการจัดส่งอื่นๆ ที่ไม่ได้สนับสนุนโดย Shopee (Non-SSL) ได้ในกรณีพิเศษต่างๆ

ช่อทางการจัดส่ง Seller own fleet ทั้งผู้ซื้อและพ่อค้าแม่ค้าหลายท่าน อาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยและมีคำถามกันเยอะว่าช่องทางการจัดส่งดังกล่าวคืออะไร Seller Own Fleet นั้นคือการจัดส่งสินค้าในช่องทางที่ Shopee ไม่รองรับและไม่สามารถติดตามสถานะการจัดส่งอัตโนมัติได้บนช้อปปี้เหมือนกับการ Drop-off หรือกดนัดรับสินค้า เช่น เรียก แกร็บไปส่ง จ้างวินมอไซต์ไปส่ง จัดส่งเองด้วยบริษัทขนส่งอื่น ๆ ที่ไม่มีในระบบช้อปปี้ เป็นต้น 

ซึ่งช่องทางการจัดส่ง  Seller’s Own Fleet ผู้ซื้อจะไม่สามารถติดตามสถานะพัสดุผ่านระบบของช้อปปี้ได้ ผู้ขายจะต้องติดต่อประสานงานแจ้งข้อมูลการจัดส่งให้กับผู้ซื้อเอง, โดยหลังจากที่ผู้ขายจัดส่งสินค้าแล้ว ก็เพียงเข้าไปกดอัพเดทสถานะการจัดส่งสินค้าในระบบของช้อปปี้ และเมื่อสินค้าถึงมือของผู้ซื้อแล้ว ฝั่งผู้ซื้อก็เพียงกดยอมรับสินค้าในคำสั่งซื้อดังกล่าวเป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการขายสำหรับออเดอร์นั้น ๆ  โดยค่าบริการจัดส่งนั้นผู้ขายจะต้องบวกเพิ่มไปเองในค่าสินค้าที่ตั้งขายไว้ในระบบช้อปปี้ (การเปิดช่องทางการจัดส่ง Seller Own Fleet ผู้ขายจะต้องโทรหาคอลเซ็นเตอร์ของช้อปปี้เพื่อแจ้งขอเปิด จากนั้นเจ้าหน้าที่จะจัดส่งแบบฟอร์มคำขอเปิดใช้ช่องทางการจัดส่งให้กับท่าน โดยคำขอในการเปิดดังกล่าวจะต้องพิจารณาโดยช้อปปี้อีกครั้งและไม่ใช่ทุกร้านค้าที่คำขอจะได้รับการอนุมัติ)

โดยการขอเปิด Seller own fleet กับ Shopee นั้นเบื้องต้นให้เราพิจารณาก่อนว่าเราเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้หรือเปล่า

1. สินค้ามีน้ำหนักหรือขนาดเกินมาตรฐานของขนส่งปกติของช้อปปี้
– สินค้าที่มีน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัม หรือ..
– วัดด้านกว้าง + ยาว + สูง ของพัสดุแล้วรวมกันเกิน 600 เซนติเมตร หรือด้านใดด้านหนึ่ง (ของด้านกว้าง, ยาว, สูง) มีขนาดเกิน 200 เซนติเมตร หรือ..
– น้ำหนักปริมาตรของสินค้า เกิน 300 ซม. (*น้ำหนักปริมาตรสินค้า = ด้านกว้าง x ด้านยาว x ด้านสูง (หน่วย:ซม.)/5,000)

2. สินค้าต้องมีการจัดส่งแบบเร่งด่วน
– เช่น อาหารสด อาหารแช่เย็น-แช่แข็ง ที่ต้องการส่งแบบด่วนหรือต้องใช่รถขนส่งแบบเย็น
– สินค้าที่มีมูลค่าส่ง (ราคาสินค้ามากกว่า 20,000 บาท)

3. สินค้าที่ต้องการการติดตั้ง
– เช่น เครื่องปรับอากาศ

4. สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ต้องการการขนส่ง 
– เช่น E-Vouchers, E-Books หรือ Line Stickers ฯลฯ

5. สินค้าที่ขายในงาน Event
– เช่น เราไปขายในงานจัดบูทแสดงสินค้าต่าง ๆ แล้วลูกค้ามารับ (มากดสั่งซื้อผ่านช้อปปี้ที่หน้าร้านเลย) เพราะเราอาจจัดโปรฯ ต่าง ๆ ผ่านช้อปปี้แล้วดึงลูกค้าให้มากดซื้อที่หน้าร้านแทน
– โดยเมื่อเปิดช่องทางการจัดส่งนี้แล้ว ช้อปปี้จะปิดช่องทางการจัดส่งดังกล่าวโดยอัตโนมัติหลังจาก 2 อาทิตย์ (นับตั้งแต่วันที่เปิดใช้งาน)

6.  ร้านค้าที่มีบริการขนส่งสินค้าด้วยตนเอง
– เช่น ร้านเราเปิดขายด้วย Shopee ก็จริง แต่มีบริการส่งด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล รถมอเตอร์ไซค์ ส่งด้วยวินมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น

7. ร้านค้าที่มีหน้าร้านเป็นของตนเอง
– เมื่อลูกค้าสั่งซื้อผ่านช้อปปี้ ก็ให้มารับที่หน้าร้านแทนการที่ผู้ขายไปส่งสินค้าให้

เมื่อเข้าเงื่อนไขข้างต้นแล้ว ก็มาพิจารณาต่อว่าสินค้าที่เราจำหน่ายนั้น (สินค้าที่ลงขายในช้อปปี้อยู่) อยู่ในหมวดหมู่ที่สามารถขอเปิด Seller own fleet กับ Shopee ได้หรือไม่ โดยหมวดหมู่ที่ขอเปิด Seller’s Own Fleet กับ Shopee ได้ มีดังต่อไปนี้ (เช็คหมวดหมู่โดยละเอียดได้ คลิกที่นี่)

หมวดหมู่สินค้า ที่เข้าข่ายขอเปิด Seller own fleet กับ Shopee ได้

(รูปภาพจาก : https://seller.shopee.co.th/edu/article/6353)

ขอเปิด Seller Own Fleet กับ Shopee ได้อย่างไร?

พ่อค้าแม่ค้าช้อปปี้ สามารถขอเปิด Seller’s Own Fleet – SOFได้โดยการส่งคำร้องขอผ่านฟอร์มได้ที่ลิงก์ โดยคลิกที่นี่

แนวทางการจัดการคำสั่งซื้อเมื่อใช้ Seller's Own Fleet

  1. เมื่อมีออเดอร์เข้ามา  ควรจัดส่งสินค้าภายในระยะเวลาที่ช้อปปี้กำหนด
  2. ควรอัพเดทสถานะการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าทราบอย่างสม่ำเสมอ ด้วยตัวผู้ขายเอง เช่น แจ้งผ่านแชท (เพราะเราจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าเอง ลูกค้าจึงไม่ทราบสถานะการจัดส่งแบบอัตโนมัติ)
  3. ในกรณีจัดส่งสินค้าไม่สำเร็จ ร้านค้าควรประสานประสานงานกับบริษัทขนส่ง (หรือผู้ที่ไปส่ง) ให้กับลูกค้า ให้ทำการจัดส่งสินค้าให้ใหม่ หากยังจัดส่งไม่สำเร็จหลังการจัดส่งมากกว่า 1 ครั้ง ควรติดต่อผู้ซื้อโดยตรง เพื่อหาแนวทางการจัดส่งให้สำเร็จต่อไป
  4. เก็บหลักฐานการจัดส่งสินค้าไว้ เช่น สำเนาเอกสารการจัดส่ง หรือสำเนาใบกำกับภาษี เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ร้านค้าจะต้องเก็บไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อให้ง่ายในการตรวจสอบคำขอคืนเงิน คืนสินค้า จากกรณีผู้ซื้ออ้างว่าไม่ได้รับสินค้า โดยควรเก็บรักษาหลักฐานการจัดส่งสำเร็จเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน เพื่อแก้ปัญหากรณีผู้ซื้ออ้างว่าไม่ได้รับสินค้า หรือข้อพิพาทอื่นๆ
  5. จากข้อ 4 หลักฐานที่จัดส่งสินค้าให้กับผู้ซื้อ.. อาจรบกวนให้ผู้ส่งสินค้าดำเนินการดังนี้
    1. ขออนุญาตถ่ายภาพผู้ซื้อถือพัสดุ หน้าที่พักอาศัย (ตอนรับพัสดุ) เก็บไว้
      * หากเป็นไปได้ ถ่ายให้เห็นเลขที่ห้องหรือบ้านเลขที่ คู่กับผู้รับพัดสุและพัสดุ ในภาพเดียวกัน
      * หากมีผู้รับพัสดุแทน ลองขออนุญาตถ่ายภาพผู้รับพัสดุแทนเก็บไว้ เช่น รปภ. แม่บ้าน นิติคอนโด ฯลฯ โดยให้ด้านหน้าของกล่องพัสดุที่มีเลขที่คำสั่งซื้อหรือใบปะหน้า หันเข้าหากล้องถ่ายภาพ
      * กรณีที่มีผู้รับพัสดุแทน ผู้ขายควรแจ้งลักษณะหรือชื่อของผู้ที่รับพัสดุแทนให้กับผู้ซื้อทราบด้วย (ถามจากพนักงานจัดส่งเอา)
    2. หากผู้ซื้อไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพตนเองพร้อมพัสดุ (หรือผู้ซื้อให้วางรอไว้หน้าที่พักอาศัย) ให้ถ่ายภาพพัสดุที่นำไปจัดส่งไว้ด้านหน้าที่พักอาศัยแทน (โดยอาจถ่ายภาพคู่กับประตูเพื่อแสดงว่าผู้ซื้อได้รับสินค้าแล้ว)
    3. หากไม่สามารถทำตามข้อที่ 1 หรือ 2 ได้ ให้ผู้ซื้อเซ็นต์ชื่อที่หน้ากล่องพัสดุและเขียนเลขที่คำสั่งซื้อของช้อปปี้กำกับไว้ พร้อมถ่ายภาพพัสดุที่มีลายเซ็นต์ + เลขที่คำสั่งซื้อไว้ แทน

การคืนเงิน คืนสินค้า

เนื่องจากร้านค้าเป็นผู้ดูแลการจัดส่งสินค้าด้วยตนเอง จึงต้องตระหนักเสมอว่าร้านค้าจะได้รับคะแนนความประพฤติ เมื่อเกิดกรณีการขอคืนเงิน คืนสินค้า ที่เกิดจากความผิดพลาดในการจัดส่ง แต่จะไม่ได้รับคะแนนความประพฤติในกรณีที่เกิดจากผู้ซื้อเปลี่ยนใจ ดังนั้น ร้านค้าควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ให้เกิดการขอคืนเงิน คืนสินค้าบ่อยครั้ง ซึ่งจะส่งผลต่อคะแนนความประพฤติ ตามนโยบายการจัดส่งสินค้าล่าช้า และการจัดส่งสินค้าไม่สำเร็จ

ในกรณีที่ผู้ซื้อส่งคำขอคืนเงิน/คืนสินค้าโดยไม่ได้ตั้งใจหรือด้วยเหตุผลที่ไม่ตรงตามความเป็นจริง ร้านค้าไม่ควรตอบรับคำขอทันที แต่ควรขอความร่วมมือให้ผู้ซื้อยกเลิกหรือส่งคำขอด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง

การปฏิบัติตามแนวทางข้างต้น นอกจากจะช่วยให้การจัดการคำสั่งซื้อเป็นไปด้วยความเรียบร้อยแล้ว ยังช่วยลดอัตราการคืนเงิน/คืนสินค้าที่เกิดขึ้นโดยไม่ใช่ความผิดของร้านค้าอีกด้วย

อ้างอิง https://seller.shopee.co.th/edu/article/6354

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการคุกกี้ได้โดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้คือคุกกี้ที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้เว็บไซต์/แพลตฟอร์มทำงานได้และเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้เราสามารถให้บริการตามที่คุณร้องขอได้ ตัวอย่างเช่น คุกกี้ที่ช่วยให้คุณสามารถเข้าสู่ระบบไปยังเว็บไซต์ที่ปลอดภัยได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เราสามารถจดจำและนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ตลอดจนช่วยให้เราทราบถึงพฤติกรรมในการเยี่ยมชมเว็บไซต์ เพื่อปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ให้มีคุณภาพดีขึ้นและมีความเหมาะสมมากขึ้น อีกทั้งเพื่อรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับวิธีการเข้าและพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์โดยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย และช่วยให้เราเข้าใจถึงความสนใจของผู้ใช้บริการ และวัดความมีประสิทธิผลของโฆษณาของเรา รายการคุกกี้ประกอบไปด้วยคุกกี้ _ga, _gid, __gads, _gat_UA-*,_gat_gtag_UA_*

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาและการตลาด

    คุกกี้ประเภทนี้จะจดจำการตั้งค่าของผู้ใช้บริการในการเข้าใช้งานหน้าเว็บไซต์ และนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์เพื่อนำเสนอโฆษณาที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตัวอย่างเช่น การเลือกแสดงโฆษณาสินค้าที่คุณสนใจ การป้องกันหรือการจำกัดจำนวนครั้งที่ท่านจะเห็นหน้าเว็บไซต์ของโฆษณาซ้ำ ๆ เพื่อช่วยวัดความมีประสิทธิผลของโฆษณา รายการคุกกี้ประกอบไปด้วยคุกกี้ fr, _fbp, _fbc

บันทึก